WWW.KRU.IN.TH  เว็บไซต์ วีสตาร์ V-Star เรื่องราว ภาพงาน วิดีโอ เกี่ยวกับโครงการเด็กดีวีสตาร์ดาวแห่งความดี ในโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก

     
มุมมองในการฟื้นฟูศีลธรรมโลกขององคมนตรี พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย แทนคุณ วงค์ษร   
วันศุกร์ ที่ 20 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2553

 

 


ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

 

ความหมายของคำว่า ฟื้นฟู       

 

...เป็นที่ทราบกันดีว่าวัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้น ต้องการจะฟื้นฟูคุณธรรมขึ้นมาให้ได้ คำว่าฟื้นฟู หมายความว่าส่วนที่เราคิดว่าควรจะเป็น ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นจำเป็นต้อง “ฟื้น” กลับมาให้ได้ คำว่า “ฟื้น” เป็นคำไทยโบราณ แปลว่าทำให้กลับเหมือนเดิม ทำให้เป็นเหมือนเดิม เช่น การฟื้นวัดร้าง วัดซึ่งเคยรุ่งเรืองแล้วก็ร้างไป แล้วเราไปฟื้นกลับมาเราก็เรียกว่า ฟื้นวัด หรือว่าบางเมืองถูกข้าศึกยึดไปแล้ว แล้วเราก็ไปตีคืนมาได้ เราก็ฟื้นบ้านฟื้นเมือง

 

สิ่งที่ควรจะสอนเยาวชนคือ ความรู้ ความดี และทำงานเป็น  

 

เพราะฉะนั้นโครงการ V- Star ที่พูดถึงการฟื้นฟูคุณธรรม ก็หมายความว่า เราก็มีเจตนาที่ดีต่อโลกนี้ ต้องการจะฟื้นฟูคุณธรรมให้กลับมาให้ได้ ผมมีข้อคิด ที่อยากจะฝากท่านผู้บริหารซึ่งเป็นข้อคิดที่ได้จากพระบรมราโชวาท ๒ องค์ด้วยกัน มีอยู่องค์หนึ่งรับสั่งไว้หลายปีแล้ว พูดถึงการอบรมเลี้ยงดูลูกหลานของเรา รวมทั้งลูกศิษย์ด้วย ท่านรับสั่งว่า เราจะสอนลูก สอนหลาน สอนลูกศิษย์ สอนผู้ที่เป็นเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ควรจะสอนให้ครบทั้ง ๓ เรื่องด้วยกันคือ ความรู้ ความดี และทำงานเป็น มาคิดดูก็น่าจะเป็นจริง เพราะถ้าเรามุ่งสอนแต่เฉพาะความรู้จะให้ได้เกียรตินิยม ได้ A ทุกวิชา แต่ว่ามีแต่ความชั่วก็จะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองเหมือนกัน รวมทั้งเป็นอันตรายต่อชีวิตตัวเองด้วย ถ้าเราจะสอนทั้งความรู้และความดี แต่ทำงานไม่เป็น ก็ดูจะไม่ค่อยเป็นประโยชน์เต็มที่นัก เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ลูกหลานเราเป็นคนที่สมบูรณ์ การน้อมเอาพระบรมราโชวาทองค์นี้ เข้ามาพิจารณาใคร่ครวญ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญ และก็เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

 

ธรรมะหมายถึงการปฏิบัติธรรม คือการปฏิบัติหน้าที่

 

ท่านพุทธทาส ท่านพูดถึงธรรมะว่ามี ๔ ความหมาย คือ

 

๑.  ธรรมะ หมายถึง ธรรมชาติ

 

๒. ธรรมะ หมายถึง กฎแห่งธรรมชาติ

 

๓. ธรรมะ หมายถึง การปฏิบัติธรรม และ

 

๔. ธรรมะ หมายถึง ผลของการปฏิบัติธรรมนั้น 

 

 ...ในข้อที่ ๓ ที่ว่าความหมายคือการปฏิบัติธรรม ท่านขยายความว่า ก็คือการปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ ก็คือต้องทำงาน เกิดเป็นคนต้องทำงาน เพราะฉะนั้นก็สอดรับกับพระบรมราโชวาท 

 

ในข้อที่ ๓ ที่ว่า เราจะต้องสอนลูกหลานเรา ให้เป็นคนรักงาน รับผิดชอบงาน ทำงานเป็นแล้วทำให้เสร็จด้วย คติทางตะวันตกของพวกฝรั่ง เขาพูดถึงงานว่า Task เป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าลูกหลานเราเป็นผู้หยิบโหย่ง เป็นผู้ทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่างหนึ่ง แม้แต่ตัวเองก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าพ่อแม่ไม่ยอมให้ช่วยตัวเอง มีคนใช้ให้ช่วยแทน สุดท้ายลูกก็เป็นคนซึ่งช่วยตัวเองไม่ได้ ครูบาอาจารย์ถ้าสอนแต่วิชา แล้วไม่สอนวิธีทำงาน ลูกศิษย์ก็ได้แต่ความรู้แล้วทำงานไม่เป็น อันนี้คือ จุดอ่อนของระบบการศึกษา ที่เรากำลังพยายามแก้ปัญหากันอยู่

 

พระบรมราโชวาทกับการทำความดี

 

ส่วนข้อที่ ๒ จะตรงกับความปรารถนาของโครงการ V-Star ก็คือ การฟื้นฟูคุณธรรม มีพระบรมราโชวาทอีกองค์หนึ่ง หลายปีมาแล้วเหมือนกัน ...ท่านรับสั่งถึงการทำความดีว่า การทำความดีนั้นไม่ใช่ของล้าสมัย  ๒.การทำความดีไม่ใช่ของน่าอาย ๓.การทำความดี ทำไม่ยาก และ ๔.การทำความดีให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเสมอ อันนี้เป็นท่อนแรกของพระบรมราโชวาทองค์นี้ ผมคิดว่าอยากจะฝากทั้งผู้ใหญ่และเด็กให้ใคร่ครวญถึงกระแสพระราชดำรัสตรงนี้

 

...การทำความดีนั้น ๒,๕๐๐ ปี ทำความดีก็ได้ผล ปัจจุบันทำความดีทำกรรมดีก็ได้ผล ทันสมัยเสมอ แล้วก็น่าภูมิใจด้วย

...การทำความดีนั้นทำง่าย ทำความดีกับตนเอง ทำความดีกับเพื่อน ทำความดีกับพ่อแม่ ทำความดีกับโรงเรียน ทำความดีกับชุมชน แล้วในที่สุดทำความดีกับประเทศชาติ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องปลูกฝัง ...

ท่อนที่ ๒ ของพระบรมราโชวาทองค์นี้ ท่านรับสั่งไว้อย่างนี้ว่า ผลของการทำความดีนั้นดีเสมอ มีค่าเสมอ มีแต่เพียงค่านิยมในการทำความดีที่เปลี่ยนแปลง คุณค่าของการทำความดีนั้นให้ผลตอบแทนดี...ไม่เปลี่ยนแปลง ทำดีได้ดี กรรมดีได้ดีไม่เปลี่ยนแปลง มีแต่ค่านิยมของการทำความดีที่เปลี่ยนไป

ถ้าอยากจะให้คนไทยสามัคคีกัน ต้องอยู่บนฐานของความดี

 

เมื่อเดือนที่แล้วได้ประชุมทำนองประชาสังคม ที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีอาจารย์เก่าท่านหนึ่งเกษียณแล้ว ก็มาประชุมด้วย มาจากแม่สะเรียง ท่านเล่าว่า ในสมัยที่ท่านเด็กๆ เมื่อออกจากบ้านไปพบผู้สูงอายุ ถึงจะยากดีมีจนเท่าไหร่ก็ตาม เราก็จะยกมือไว้ทักทายกัน ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอาทักทายกัน แต่คนสมัยนี้ไม่ทักแล้วเขาทักเฉพาะคนมีเงินและมีอำนาจเท่านั้น ผมคิดว่าน่าใคร่ครวญนะ โลกสมัยนี้ ค่านิยมในการทำความดีมันเปลี่ยนไปรึเปล่า มันเปลี่ยนไปในทางที่เราอยากได้ไหม ทำไมค่านิยมมันถึงได้แกว่งไปขนาดนั้น แทนที่จะนับถือผู้สูงอายุ ผู้ที่เขาปฏิบัติธรรม แต่ตอนนี้เรามายกมือไหว้เฉพาะผู้ที่มีอำนาจและผู้ที่ร่ำรวย ถ้าเป็นเช่นนั้น...จะไปเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของบรรพบุรุษ ...ที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะใจเขาไม่รับ แบ่งชั้นกันอยู่ แล้วแบ่งชั้นคนรวยกับคนมีอำนาจ ซึ่งตรงนี้เราต้องปลูกฝังให้เยาวชน ถ้าอยากจะให้คนไทยสามัคคีกัน มันต้องสามัคคีบนฐานของความดี ไม่ใช่สามัคคีบนฐานของอำนาจหรือบนฐานของความร่ำรวย ขออนุญาตอ้างคำสอนของท่านพุทธทาสอีกชุดหนึ่ง พูดถึงปณิธานของท่านพุทธทาสอยู่ ๓ ข้อ

๑. อยากให้ทุกคนบนผืนโลกนี้ ให้เข้าใจหัวใจศาสนาของตนเอง ไม่ว่าท่านจะเป็นพุทธ เป็นคริสต์ เป็นอิสลาม เป็นซิกข์ พราหมณ์ ฮินดู เพราะว่าจริงๆ แล้วหัวใจของศาสนาทุกๆศาสนานั้น ต้องการนำเสนอความดี ต้องการสร้างคนดี เหตุที่ขัดแย้งกัน มันเป็นเพราะปัจจัยอื่นแล้วมาอ้างศาสนาก็มี เป็นเพราะไม่เข้าใจหัวใจของศาสนาแห่งตน ...แก่นไม่เอา เอากระพี้ มันก็เลยวุ่นวายก็อย่างนี้

๒. ปณิธานของท่าน ท่านอยากเห็นทุกคนเข้าใจเพื่อนร่วมโลกที่นับถือศาสนาอื่น ๆ 

๓. ท่านอยากจะดึงเอามนุษย์ออกมาจากอิทธิพลของวัตถุนิยม คำว่าวัตถุ ภาษาทางพระเรียกว่า อามิส ภาษาไทยเรามาพูดเป็นพรวดเดียวว่า อามิสสินจ้าง ที่จริง อามิส ไม่จำเป็นต้องเป็นสินจ้าง เป็นวัตถุนอกกาย อะไรก็ได้ ทางพระเรียกอามิสทั้งนั้น

พระท่านแบ่งความสุขไว้เป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทที่ต้องใช้อามิสมาบำเรอ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ต้องเอาวัตถุภายนอกมาบำเรอ ...ความสุขตรงนี้เรียก สามิสสุข เป็นความสุขที่ต้องพึ่งอามิส เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนยาเสพติด มันจะทวีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เคยกินข้าวกลางวันก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ๒๐ บาทก็พอ ตอนจน เมื่อรวยขึ้นมาก็ต้องกินชามละ ๓,๐๐๐ บ้าง สามพันก็ไม่อร่อยแล้ว ต้องสามหมื่น ได้ยินข่าวเศรษฐีบางคนบอกกินข้าวกลางวันที่กรุงเทพไม่อร่อยแล้ว ต้องบินไปกินฮ่องกง ไปเช้ากลับเย็นเพื่อไปกินมื้อกลางวันวิเศษสุดมื้อหนึ่ง อันนี้มันเป็นทาสไปเรื่อยๆ มันไม่รู้จบหรอก มันก็จะมีที่อื่นที่แพงกว่าฮ่องกงตามมาอีก เพราะว่าความไม่ยอมหยุดที่จะเป็นทาสของอามิส เป็นความสุขที่เสพติด ต้องเพิ่มไปเรื่อยๆ เมื่อมันไม่สามารถจะหาได้ตามปกติ ก็ฉ้อฉลบ้าง ลักขโมยบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง เราคงได้ยินบ่อยว่า นักศึกษาบ้าง นักเรียนบ้าง ไปขโมยโน้น ขโมยนี่ เพราะว่าอยากจะเอาเงินไปเที่ยวบ้าง ไปซื้อของแพงๆ บ้าง มันเป็นตัวอย่างของวัตถุนิยม หรือสามิสสุขทั้งนั้นเลย ผมคิดว่าตรงนี้ ท่านกรรมการ V-Star น่าจะต้องดึงขึ้นมาย้ำให้เห็นคือ ภาพในการนำเสนอ ฟื้นฟูคุณธรรม มันมีทั้งการนำเสนอภาพบวก แล้วการนำเสนอภาพลบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเรายังไม่สามารถลบปัจจัยลบในปัจจุบันนี้ เราก็ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่จะฟื้นคุณธรรมได้ และปัจจัยลบก็มีให้เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นขอฝากตรงนี้ว่า ในคติทางพุทธของเรา เราอยากให้ลดการเพิ่มอามิสหรือวัตถุภายนอกจากสามิสสุข ทำอย่างไรให้ไปสู่นิรามิสสุข คือความสุขที่ไม่ต้องพึ่งวัตถุนิยม

 

สิ่งที่อยากฝาก

 

      ประเด็นที่ ๑ ก็คือพระบรมราโชวาท ๒ องค์ด้วยกัน

      องค์แรก รับสั่งถึงการเลี้ยงดูเยาวชนต้องให้ ๑) มีความรู้ ๒) มีความดี และ๓) ทำงานเป็น รับผิดชอบงาน ทำงานได้สำเร็จ 

      องค์ที่ ๒ รับสั่งถึงการทำความดีว่า ๑) เป็นของทันสมัยเสมอ ๒) เป็นของไม่น่าอาย น่าชื่นชม ซึ่งตรงนี้สังคมจะต้องยกขึ้นมา เช่น ถ้าเห็นเด็กเขาไปทำจิตอาสา ไปกวาดขยะในตลาดสด มันไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย แต่เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ๓) เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องออกแบบกิจกรรมที่เป็นวีรบุรุษอะไรทั้งสิ้น การทำความดีนั้นทำได้ทุกวัน ทำได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทำได้ง่าย ทำได้ใกล้ตัว ๔) ต้องแสดงให้ลูกหลานเราเข้าใจว่าการทำความดีนั้นจะได้ผลตอบแทนที่ดีเสมอ อย่างน้อยที่สุดก็คือ ความสุขที่ไม่ต้องอามิส ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะต้องเน้น ในเรื่องนิรามิสสุขให้ได้ คือจะต้องมีความสุข มีความอิ่มเอิบใจ ที่ได้ทำความดีในขณะนั้น เด็กไม่ต้องไปคาดหวังแม้แต่คำว่า ขอบคุณ กับผู้ที่เขาไปรับใช้

ประเด็นที่ ๒ ...ผมเข้าใจว่า “ท่านกรรมการ V-Star กำลังมองโลกนี้ว่า เป็นโลกที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เราจะพบกับการเปลี่ยนแปลงในช่วง ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า จะเกิดวิกฤตของโลกอย่างที่ไม่เคยมีมก่อน วิกฤตที่ใหญ่หลวงมากคือ

วิกฤตที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ แล้วทำให้ความสมดุลของธรรมชาติเสียไป อย่างที่เราเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก ซึ่งมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แล้วทำให้เกิดผลกระทบต่อพืช ต่อสัตว์ ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงของทะเล การเปลี่ยนแปลงของอวกาศ การเปลี่ยนแปลงของลม ฟ้า อากาศทั้งหลาย อธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งถ้ามนุษย์ยังลุ่มหลงอยู่กับวัตถุนิยม แล้วไม่รีบหาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ตามหลักพิทักษ์ปรัชญา มันคงจะสู่ความวิกฤตมากกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงค.ศ. 2045 - 2050 อีก ๓๐-๔๐ ปีข้างหน้า ซึ่งอยู่ในวัยที่ลูกหลานเรารับผิดชอบบ้านเมือง ถึงตอนนั้น แทบจะแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่ของพวกเรา ...ทำให้การเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ กลับมาสู่สมดุล

การเปลี่ยนแปลงที่ ๒ คือผลจากการบริโภคนิยม ผลจากวัตถุนิยม ผลจากการยกย่องคนรวยมากกว่าคนดี ผลจากการยกย่องผู้มีอำนาจมากกว่าประชาชนธรรมดา ทำให้...สมดุลทางสังคมเสียหายหมดเลย ซึ่งก็ต้องการการฟื้นคุณธรรมเพื่อจะแก้ปัญหานี้เหมือนกัน 

แล้วข้อ ๓ ที่สำคัญคือมันเกิดวิกฤตในเรื่องศรัทธาต่อความดี วิกฤตของการศรัทธาความดีที่พระเจ้าอยู่หัวใช้คำว่า “ค่านิยมต่อการทำความดีเปลี่ยนแปลงไป”  อันนี้ต้องรีบฟื้นกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

 ขออนุโมทนาว่า พวกเรามาถูกทางแล้ว ที่ตั้งจิตตั้งใจจะฟื้นฟูคุณธรรมขึ้นมาบนโลกนี้ ขอให้กำลังใจว่า งานของท่านจะมากขึ้นจะหนักหนา ด้วยเหตุปัจจัยวิกฤต ๓ ข้อที่กราบเรียนแล้ว ผมคิดว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรง ถ้าพวกเราจะทำช่วยกันจริงๆ ขออนุโมทนาอีกครั้งหนึ่งสำหรับทุกท่านที่มีส่วนในโครงการ

ปาฐกถาเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๓
เนื่องในพิธีมอบรางวัลคุณภาพฟื้นฟูศีลธรรมโลก
(VQA) ปี ๒๕๕๓
ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ 

 

Download : ปาฐกถาเรื่อง “เยาวชนและสังคมไทยกับโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก” โดย ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

 

 

 

 
Views: 3498

Comments (1)
RSS comments
1. 1292533491
 
Change the world
คิดจะเปลี่ยนแปลงโลก ต้องเอาแบบท่าน ดร. แนะนำนะครับ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่าง เด็กๆ จะได้เดินตาม อย่าให้ "หัวดำสอนหัวหงอก" นะครับ
Guest
 

Write Comment
  • Please keep the topic of messages relevant to the subject of the article.
  • Personal verbal attacks will be deleted.
  • Please don't use comments to plug your web site. Such material will be removed.
  • Just ensure to *Refresh* your browser for a new security code to be displayed prior to clicking on the 'Send' button.
  • Keep in mind that the above process only applies if you simply entered the wrong security code.
Name:
E-mail
Title:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
Comment:



Code:* Code
I wish to be contacted by email regarding additional comments

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพฤหัสบดี ที่ 2 เดือนกันยายน พ.ศ.2553 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

??????????????????? Kru.in.th Team Work :: Webmaster Email: kru_in_th@windowslive.com